มุสลิมและมุสลีมะห์ทุกคนต้องเสียสละเวลาของตัวเองให้มากที่สุด เพือศาสนาของ อัลลอฮฺ (อิสลาม)
วันศุกร์ที่ 25 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2554
วันพฤหัสบดีที่ 17 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2554
วันจันทร์ที่ 7 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2554
ความจำเป็นที่จะต้องมีการทำงานเป็นญะมาอะฮฺ

การทำงานเพื่อฟื้นฟูอิสลาม เป็นภาระกิจที่ยิ่งใหญ่มากสำหรับมุสลิมทุกคน ทุกๆคนมีคุณค่าในสนามการทำงานที่แตกต่างกัน แต่ละความถนัดหรือความชำนาญเหล่านี้จำเป็นต้องอาศัยการจับมือกันอย่างพร้อมเพรียง เพื่อร่วมกันทำงาน จะขาดด้านหนึ่งด้านใดไปไม่ได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการทำงานเพื่อเร่งการฟื้นฟูอิสลามนั้น แน่นอนทีเดียว! ไม่สามารถทำงานตามลำพังได้ จะต้องอาศัยการทำงานเป็นญะมาอะฮฺ ดังนั้นญามาอะฮฺที่ดีจะสามารถจัดระเบียบ วางแผน วางคนตามความสามารถของแต่ละคนได้เป็นอย่างดี ญามาอะฮฺหนึ่งๆควรจะมีการจัดลำดับแผนงานและกำหนดเป้าหมาย ขั้นตอน รวมทั้งวิธีการต่างๆในการทำงาน ดังเช่นประวัติศาสตร์ที่ ท่านรอซูล ซ็อลลัลอฮูอาลัยฮิวาซัล ได้รวบรวมบรรดาซอฮาบะฮฺ ณ บ้านของ อัลอัรกอม อบีอัรกอม และได้ทำการบัยอะฮฺ วางแผนการทำงานอิสลามขึ้นเป็นครั้งแรก และสามารถพิชิตคาบสมุทรอาหรับได้ในเวลาถัดมา
ดังนั้นจึงมีความจำ เป็นสำหรับนักทำงานอิสลามทุกคน ในการทำงานร่วมกันเป็นญะมาอะฮฺ เพื่อบรรลุในเป้าหมายสำหรับการสถาปนาสังคมอิสลาม ดังเช่นที่ท่านรอซุล ซ็อลลัลอฮูอาลัยฮิวาซัล ได้แสดงแบบอย่างไว้ ต่อมาเมื่อมีการทำงานเป็นญะมาอะฮฺสิ่งสำคัญที่จะต้องมี คือ มีเป้าหมายในการทำงานที่ดี มีแนวทางสำหรับการฝึกอบบรมผู้ที่เข้าร่วมงานและทีมงานเพื่อพัฒนาศักยภาพของ ทีมงาน มีรูปแบบการทำงานที่เหมาะสมกับความสามารถของแต่ละญะมาอะฮฺนั้นๆ และมีการทำงานอย่างเป็นขั้นเป็นตอน นอกจากนี้สิ่งหนึ่งที่สำคัญมากสำหรับแต่ละญะมาอะฮฺ คือ จะต้องมีผู้นำที่มีสมาชิกพร้อมที่จะเชื่อฟังและปฏิบัติ ตราบใดที่สิ่งๆนั้นมิใช่สิ่งขัดกับหลักการของอิสลาม ลองพิจารณาเถิดว่า กลุ่มโจร ยังมีการมีญะมาอะฮฺของมัน มีการจัดตั้งกลุ่มทำงานของตัวเอง มีหัวหน้าของกลุ่มโจรที่มีสมาชิกที่พร้อมจะเชื่อฟังคำสั่งและพร้อมปฏิบัติตาม จึงเป็นเรื่องที่จำเป็นสำหรับการรวมกันเป็นญะมาอะฮฺเพื่อทำงานอิสลาม
สิ่งหนึ่งที่ควรระวังในการทำงานเพื่ออิสลาม ในกรณีที่มีความหลากหลายของญะมาอะฮฺ คือการให้เกียรติซึ่งกันและกันในระหว่างญะมาอะฮฺ ความเข้าใจในหลักการของศาสนา ถือเป็นเรื่องหลักการพื้นฐานที่สำคัญสำหรับการทำงานในยุคที่มีความหลากหลาย ของญะมาอะฮฺ ความหลากหลายที่เกิดขึ้นจึงมาพร้อมกับความคิดและความเห็นที่แตกต่างกัน จะพบว่าแต่ละญะมาอะฮฺจะมีรูปแบบการทำงานที่ไม่เหมือนกัน แต่ผมเชื่อว่า ทุกๆญะมาอะฮฺนั้นมีเป้าหมายเดียวกันในการทำงาน คือการทำงานเพื่อแสวงหาความโปรดปรานจากอัลลอฮฺ ซุบหานะฮูวาตาอาลา และหวังเพื่อความรุ่งโรจน์ของอิสลาม ดังนั้นความเข้าใจซึ่งกันและกันจึงเป็นหลักการพื้นฐานที่สำคัญสำหรับการทำ งาน
ไม่อาจจะปฏิเสธได้ว่า ภาวะของประชาชาติของอิสลามในปัจจุบันนี้กำลังตกอยู่ในสภาพที่ไร้สเถียร ภาพอย่างสิ้นเชิง เกิดปัญหาต่างๆขึ้นมากมาย ทั้งจากศัตรูของอิสลาม หรือแม้กระทั่งปัญหาที่มุสลิมสร้างกันขึ้นมาเอง จากกลุ่มทำงานเพื่ออิสลาม หรือแม้กระทั่งปัญหาที่เกิดจากความขัดแย้งทางฟิกฮฺ ในเรื่องปลีกย่อย ซึ่งดูเหมือนว่าเหตุการณ์เหล่านี้เริ่มจะบานปลายเข้ามาในทุกขณะ เริ่มมาตั้งระดับผู้รู้ระดับโลก ผู้รู้ระดับประเทศ ผู้รู้ระดับท้องถิ่น และ ที่สำคัญกำลังย่างก้าวเข้ามาสู่กลุ่มทำงานเพื่ออิสลามต่างๆมากมาย ก็ยังมิอาจจะละทิ้งปัญหา ที่เป็นดั่งเนื้อร้าย ที่คอยบ่อนทำลายสเถียรภาพของประชาชาติอิสลามให้หายไปได้
ดังนั้น ประการสำคัญสำหรับการทำงานในญามาอะฮฺทั้งหลายที่จะต้องเร่งสร้าง คือ การสร้างความเข้าใจในการทำงาน การประนีประนอมซึ่งกันและกัน เพื่อการรวมประชาชาติอิสลามให้อยู่ในภายใต้ร่มธงแห่งสันติภาพของอิสลาม หลักการหนึ่งที่ควรคำนึงเสมอ คือ “เราจะทำงานร่วมกันในสิ่งที่เรามีความเห็นตรงกัน และขออภัยในสิ่งที่เรามีความเห็นแตกต่างกัน” ใน หลักการอิสลามสามารถมีหลายๆเรื่องที่อาจจะมีความเห็นในประเด็นปลีกย่อยที่ แตกต่างกันได้ แต่ทุกๆความเห็นก็ย่อมปรากฎหลักฐานสนับสนุนด้วยกันทั้งสิ้น บางหลักฐานแข็งแรงกว่า บางหลักฐานก็อ่อนแอกว่า ทั้งนี้ย่อมขึ้นอยู่กับความสามารถของแต่ละบุคคลในการให้น้ำหนักกับหลักฐาน ที่มาสนับสนุนแต่ละความเห็น
อย่างไรก็ตาม เราจำเป็นต้องตระหนักเสมอว่า หลักฐานที่มาจากการดะอฺวะฮฺนั้น ต้องวางอยู่บนหลักการที่มาจากอัลกุรอานและอัลหะดิษที่ถูกต้อง เพื่อจะได้มีความเข้าใจที่เที่ยงตรงในอิสลามเหมือนอิสลามที่ถูกนำมาโดยท่าน รอซุล ซ็อลลัลอฮูอาลัยฮิวาซัล ซึ่งปราศจากการเพิ่มเติมด้วยอุตริกรรม และการตัดทอนใดๆทั้งสิ้น
ดังนั้น สิ่งหนึ่งที่มุสลิมนักดาอีย์ทั้งหลายพึงแสวงหาคือ การยึดเอาความเห็นที่มีหลักฐานที่หนักแน่น และแข็งแรงเป็นสำคัญ โดยการพยายามอย่างเต็มความสามารถเพื่อให้ได้มาด้วยหลักฐานเหล่านี้ แต่ก็ควรให้ความใส่ใจกับความเห็นที่มีหลักฐานอ่อนเช่นกัน เพื่อให้เกิดความเข้าใจต่อกัน และให้เกียรติซึ่งกันและกัน หลังจากนั้นก็พยายามอย่าขัดแย้งกันมากนัก แต่พบว่าพวกเราบางคนเมื่อได้อ่านความเห็นหนึ่งซึ่งมีหลักฐานที่แข็งแรง ตามทัศนะของเขา เขาก็ไม่ตอบรับความเห็นอื่นๆอีกเลย บางครั้งยังตัดสินว่าความเห็นอื่นๆนั้นขัดแย้งกับหลักการของอิสลามด้วยซ้ำไป จนกระทั้งอาจจะมองว่าสิ่งที่ผู้อื่นกระทำทั้งหมดนั้นเป็นสิ่งที่ผิด แต่ของตนเท่านั้นเป็นสิ่งที่ถูกต้อง ซึ่งถือว่าเป็นการกระทำที่ไม่สมควรนัก จึงเป็นหน้าที่ของญะมาอะฮฺหนึ่งๆในการปรับความเข้าใจถูกต้องให้กับทีมงานทุก คน
ที่มา http://www.fityatulhaq.net/main2/articlesshooseftyatulhaq/articleftyatulhaq/139-jamaah
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)
