มุสลิมและมุสลีมะห์ทุกคนต้องเสียสละเวลาของตัวเองให้มากที่สุด เพือศาสนาของ อัลลอฮฺ (อิสลาม)
วันจันทร์ที่ 6 ธันวาคม พ.ศ. 2553
ปีใหม่อิสลาม และสิ่งที่ควรปฏิบัติในเดือนมุฮัรร็อม
สิ่งที่ควรปฏิบัติในเดือนมุฮัรร็อม คือการถือศีลอดในวันที่ 10
วันที่สำคัญในเดือนมุฮัรร็อมคือวันที่ 10 เรียกวันนี้ว่าวันอะชูรอ สิ่งที่ควรปฏิบัติในวันอะชูรอคือการถือศีลอด ดังปรากฏในรายงานจากอิบนฺ อับบาส ร่อฎิยัลลอฮุอันฮฺมา กล่าวว่า: ท่านนบี ซอลลอลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม ได้เดินทางไปยังนครมาดีนะฮ์ ท่านได้เห็นชาวยิวถือศีลอดในวันอะชูรอ ท่านนบีได้ถามพวกเขาว่า : วันนี้เป็นวันอะไร? พวกเขากล่าวว่า : วันนี้เป็นวันที่ยิ่งใหญ่ เป็นวันที่อัลลอฮ์ทรงให้นบีมูซาและชาวอิสรออีลได้รับความปลอดภัย และให้ฟิรเอาน์ กับพรรคพวกของเขาจมน้ำ ท่านนบีมูซาจึงได้ถือศีลอดในวันนี้เพื่อขอบคุณอัลลอฮ์ ท่านนบีได้กล่าวว่า :
" فأنا أحقُّ بموسى منكم " فصامه وأمَر بِصيامِه .
“ฉันนั้นสมควรอย่างยิ่งที่จะดำเนินตามมูซายิ่งกว่าพวกท่าน ท่านนบีจึงถือศีลอด และใช้ให้ (มุสลิม) ถือศีลอดด้วย” (บันทึกโดยอัลบุคอรี หมายเลขหะดีษ 2004)
การถือศีลอดในวันอะชูรอนั้นมีค ุณค่าและความปนะเสริฐรองจากการถือศีลอดในเดือนรอมฎอน ดังปรากฏในรายงานของท่านอบูฮูรอยเราะฮ์ จากท่านรอซู้ล ซอลลอลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม กล่าวว่า :
" أفضل الصيام بعد رمضان شهر الله المحرم، وأفضل الصلاة بعد الفريضة صلاة الليل "
“การถือศีลอดที่ประเสริฐสุดหลังจากเดือนรอมฎอนคือการถือศีลอดในเดือนของอัลลอฮ์ อัลมุฮัรรอม และการละหมาดที่ประเสริฐที่สุดหลังจากละหมาดฟัรดู คือละหมาดในยามค่ำคืน” (บันทึกโดยมุสลิม หมายเลขหะดีษ 1163 และอัตติรมิซียฺ หมายเลขหะดีส 438)
การถือศีลอดในวันที่ 9 ของเดือนมุฮัรรอม
นอกเหนือจากการถือศีลอดในวันที่ 10 แล้ว ยังมีซุนนะฮ์ให้ถือศีลอดในวันที่ 9 เรียกว่าวันตาซูอาอ์อีกด้วย ท่านนบีได้ให้เหตุผลในการให้ถือศีลอดวันที่ 9 ว่า เพื่อให้มีความแตกต่างกับชาวยิวที่ได้กำหนดให้ถือศีลอดในวันอาชูรอเพียงวันเดียว ท่านรอซูลได้กล่าวว่า
" لئن بقيتُ إلى قابلٍ لأصومنّ التاسع "
“ถ้าหากว่าฉันยังคงมีชีวิตอยู่ในปีต่อไป ฉันจะถือศีลอดในวันที่ 9 ด้วย” (บันทึกโดย อะห์หมัด หมายเลขหะดีษ 1736 และมุสลิมหมายเลขหะดีษ 1134)
จากเหตุผลของซุนนะฮ์ข้อนี้ ทำให้ทราบถึงเจตนารมณ์ของอิสลามอย่างหนึ่งก็คือการไม่ทำอะไรตามอย่างชนต่างศาสนิก โดยเฉพาะเรื่องที่เกี่ยวกับศาสนกิจ แม้ว่าศาสนกิจนั้นๆ จะมีความละม้ายคล้ายคลึงกันก็ตาม
ความเข้าใจผิดเกี่ยวกับเดือนมุฮัรรอม
มีมุสลิมบางคนเข้าใจผิดว่าเดือนมุฮัรรอมเป็นเดือนต้องห้าม เพราะว่ามุฮัรรอมแปลว่าต้องห้าม จึงห้ามปฏิบัติภารกิจต่างๆที่เคยปฏิบัติในเดือนอื่นๆ เช่น ห้ามจัดพิธีนิกะฮ์ ห้ามจัดพิธีสู่ขอ พิธีหมั้น ห้ามทำบุญมงคลต่างๆ ห้ามปลูกบ้านหรือย้ายบ้าน ห้ามปลูกต้นไม้ ห้ามซื้อรถยนต์ หรือพาหนะขับขี่อื่นๆ เป็นต้น ทั้งหมดนี้เป็นความเข้าใจผิดทั้งสิ้น เพราะที่จริงแล้วเดือนมูฮัรรอมเป็นเดือนที่ห้ามการทำสงครามเหมือนเดือนฮะรอม อื่นๆ อีกสามเดือน มิได้ห้ามให้กระทำกิจกรรมอื่นๆ แต่อย่างใด
สิ่งที่ควรหลีกเลี่ยง
1.) การละหมาดในรูปแบบเฉพาะของวันอะชูรอ เนื่องจากไม่ปรากฏหลักฐานที่เชื่อถือได้ในเรื่องดังกล่าว
2.) การอ่านดุอาอ์เฉพาะเนื่องในวันอะชูรอ เนื่องจากไม่มีหลักฐานที่เชื่อถือได้ ยืนยันว่าให้มีการอ่านดุอาอ์เฉพาะในวันนี้
3.) การแสดงความเศร้าโศกเสียใจในวันอะชูรอ ด้วยการร้องให้รำพึงรำพัน การตีอกชกตัว การกรีดศีรษะ การทำร้ายตัวเอง การลุยไฟ หรืออื่นๆ เพื่อรำลึกถึงการที่ท่านอิหม่ามฮุเซ็นอิบนิอะลีอิบนิฏอลิบ ถูกสังหารในวันนี้ ที่ตำบลกัรบาลาฮ์
4.) การทำบุญเลี้ยงอาหารในตอนกลางวันของวันอะชูรอ เนื่องจากขัดแย้งกับซุนนะฮ์ของท่านนบีในการให้ถือศีลอด และหากจะเปลี่ยนจากการทำบุญในตอนกลางวันมาเป็นการทำบุญเลี้ยงละศีลอดแก่ผู้ถือศีลอดในวันนั้นก็จะเป็นประเพณีที่ดียิ่ง ส่วนการจะทำขนมหรือทำอาหารประเภทไหนอย่างไร ไม่น่าจะมีข้อห้าม ที่สำคัญก็คือ อย่าทำให้บรรยากาศของวันอะชูรอซึ่งเป็นวันที่มีซุนนะฮ์ให้มุสลิมถือศีลอดเสียไปด้วย การทำบุญเลี้ยงอาหารกันอย่างไม่ละอาย
ขออัลลอฮ์ได้ประทานเตาฟิกและฮิดายะฮ์แก่ผู้อ่านทุกท่าน
วันอังคารที่ 9 พฤศจิกายน พ.ศ. 2553
วันพุธที่ 29 กันยายน พ.ศ. 2553
วันศุกร์ที่ 24 กันยายน พ.ศ. 2553
วันเสาร์ที่ 28 สิงหาคม พ.ศ. 2553
วันจันทร์ที่ 12 กรกฎาคม พ.ศ. 2553
สมรรถนะครูโรงเรียนเอกชนสอนศาสนาอิสลาม
สมรรถนะครูตามเกณฑ์มาตรฐานวิชาชีพของครูในโรงเรียนเอกชนสอนศาสนาอิสลามจังหวัดปัตตานี
The Teacher Competencies in Accordance with the Teacher Professional Standards of the Teachers at Private IslamicSchools in Pattani Province
บทคัดย่อ
การวิจัยครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์ (1) เพื่อศึกษาความคิดเห็นของผู้บริหารและครูผู้สอนเกี่ยวกับสมรรถนะครูตามเกณฑ์มาตรฐานวิชาชีพของครูในโรงเรียนเอกชนสอนศาสนาอิสลามจังหวัดปัตตานี (2) เพื่อเปรียบเทียบความคิดเห็นของครูผู้สอนเกี่ยวกับสมรรถนะครูตามเกณฑ์มาตรฐานวิชาชีพของครูในโรงเรียนเอกชนสอนศาสนาอิสลามจังหวัดปัตตานี จำแนกตามตัวแปรเพศประสบการณ์ในการสอน ประเภทการสอน และขนาดของโรงเรียน (3) เพื่อเปรียบเทียบความคิดเห็นระหว่างผู้บริหารกับครูผู้สอนเกี่ยวกับสมรรถนะครูตามเกณฑ์มาตรฐานวิชาชีพของครูในโรงเรียนเอกชนสอนศาสนาอิสลามจังหวัดปัตตานี (4) เพื่อประมวลปัญหาและข้อเสนอแนะการปฏิบัติหน้าที่ของครูที่เป็นอุปสรรคต่อการพัฒนาสมรรถนะครูตามเกณฑ์มาตรฐานวิชาชีพของครูในโรงเรียนเอกชนสอนศาสนาอิสลามจังหวัดปัตตานี ประชากรที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้ ประกอบด้วย ผู้บริหารและครูผู้สอนศาสนาและสอนสามัญในโรงเรียนเอกชนสอนศาสนาอิสลามจังหวัดปัตตานี จำนวน 299 คน โดยวิธีการสุ่มแบบหลายขั้นตอน เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูลเป็นแบบสอบถาม และวิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้โปรแกรม spss for windows ผลการวิจัยพบว่า (1) ผู้บริหารและครูผู้สอนในโรงเรียนเอกชนสอนศาสนาอิสลามมีความคิดเห็นเกี่ยวกับสมรรถนะครูอยู่ในระดับปานกลาง (2) ครูผู้สอนที่มีเพศขนาดของโรงเรียน และประเภทการสอนต่างกันมีความคิดเห็นเกี่ยวกับสมรรถนะครูตามเกณฑ์มาตรฐานวิชาชีพครูแตกต่างกันโดยภาพรวมและรายด้าน ส่วนครูที่มีประสบการณ์ต่างกันมีความคิดเห็นไม่แตกต่างกัน(3) ผู้บริหารและครูผู้สอนมีความคิดเห็นเกี่ยวกับสมรรถนะครูตาม เกณฑ์มาตรฐานวิชาชีพครูไม่แตกต่างกัน (4) ปัญหาอุปสรรคและข้อเสนอแนะ คือครูประสบปัญหาด้านภาษาในการจัดการเรียนการสอน ขาดความรู้ในกระบวนการจัดการเรียนรู้และพัฒนาหลักสูตร การบริหารจัดการชั้นเรียน จิตวิทยา การวิจัยในชั้นเรียน การวัดและการประเมินผล การพัฒนาตนเอง และความร่วมมือกับชุมชน ควรสนับสนุนงบประมาณและจัดอบรมพัฒนาครูทุกคนให้ได้รับการศึกษาด้านวิชาชีพครู และพัฒนาตนเองต่อเนื่อง
คำสำคัญ
สมรรถนะครู , เกณฑ์มาตรฐานวิชาชีพครู, โรงเรียนเอกชนสอนศาสนาอิสลามจังหวัดปัตตานี
The Teacher Competencies, Teacher Professional Standards, Private Islamic
Schools in Pattani Province
บทนำ
มนุษย์เป็นทรัพยากรที่มีคุณค่ายิ่งของชาติ และเป็นปัจจัยสำคัญที่มีบทบาทในการพัฒนาประเทศ ทั้งทางด้านเศรษฐกิจ สังคม การเมือง การปกครอง และวัฒนธรรม ฉะนั้นจึงจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องมีการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ให้เป็นผู้ที่มีคุณภาพ และเครื่องมือที่สำคัญในการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ คือ การศึกษา เพราะการศึกษาเป็นเครื่องมือในการพัฒนาความรู้ ความคิด ความสามารถ ความประพฤติ ทัศนคติ ค่านิยม และคุณธรรมของบุคคล การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์จึงเป็นภาระหน้าที่ที่สลับซับซ้อนละเอียดอ่อน และต้องใช้ระยะเวลานานเป็นกระบวนการที่ต้องอาศัยบุคลากรที่มีคุณลักษณะและมีความรู้ความสามารถเฉพาะ ผ่านการอบรมมาเป็นอย่างดี
ประกอบกับความเปลี่ยนแปลงพัฒนาอย่างรวดเร็วทั้งด้านสังคม เศรษฐกิจ และเทคโนโลยีในยุคปัจจุบันส่งผลให้ระบบการศึกษาต้องปรับปรุงกลไกและทิศทางเป้าหมายการศึกษาให้สอดคล้องกับการพัฒนาดังกล่าว ครูจึงต้องมีการพัฒนาสมรรถนะตนเองอยู่เสมอ และทำงานอย่างมีประสิทธิภาพตลอดเวลาโดยกระทำอย่างต่อเนื่อง เพราะวิทยาการต่างๆ ได้เปลี่ยนแปลงตลอดเวลา หากครูไม่ได้รับการพัฒนาสมรรถนะ ก็จะกลายเป็นครูที่ด้อยคุณภาพ ผลเสียก็จะตกอยู่ที่ตัวนักเรียน การพัฒนาสมรรถนะให้กับครูผู้สอนสามารถทำได้หลายวิธี เช่น การอบรมสัมมนา การอบรมเชิงปฏิบัติการ การศึกษาดูงานนอกสถานที่ เป็นต้น
โรงเรียนเอกชนสอนศาสนาอิสลามจังหวัดปัตตานีมีโรงเรียนทั้งหมด 61 โรง ครูสอน 2,893 คน
การจัดการเรียนการสอนมี 2 หลักสูตร คือหลักสูตรศาสนา และหลักสูตรสามัญในแต่ละวันนักเรียนได้เรียนทั้ง 2 หลักสูตร (สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาปัตตานี. 2549.)
จากการศึกษาสภาพการจัดการเรียนการสอนในโรงเรียนเอกชนสอนศาสนาอิสลาม ยังปรากฏปัญหาหลายประการ ดังจะเห็นได้จากงานวิจัยของ ชิดชนก เชิงเชาว์ และ คณะ (2533: 138). พบว่า “…ปัญหาซึ่งพบมากในโรงเรียนเอกชนสอนศาสนาอิสลามคือ การบริหารเวลาในการเรียนการสอนเนื่องจากนักเรียนต้องเรียนทั้งวิชาศาสนาและวิชาศาสนา เสริมวิทย์ นิลรัตย์. (2536 :3) พบว่า “…ผู้จัดการโรงเรียนเอกชนสอนศาสนาอิสลามส่วนมากไม่เข้าใจหลักการบริหารโรงเรียน ขาดบุคลากร และการปฏิบัติงานของครูที่ทำให้นักเรียนไม่ประสบผลเท่าที่ควร คือ ขาดอุปกรณ์การเรียน สื่อการเรียนการสอน และขาดการติดตามหลังจากมอบหมายงาน”. และข้อมูลเชิงประจักษ์จากการที่ผู้วิจัยได้สัมภาษณ์ผู้บริหารและผู้สอนในบริบทโรงเรียนเอกชนสอนศาสนาอิสลาม (ยุสรีย์ กอดีรีย์. : 2550; รอมลี ดุลมาตร. : 2550; มาหามะ มะดอเลาะ: 2550) ระบุว่าครูผู้สอนในโรงเรียนเอกชนสอนศาสนาอิสลามส่วนมากขาดเทคนิคการสอน ระยะเวลาการสอนน้อย ขาดการวัดผลที่หลากหลาย ไม่เน้นตามสภาพจริง และขาดการติดตามสนับสนุนจากผู้บริหารโรงเรียน ซี่งสอดคล้องกับที่กรมวิชาการ (2540: 130-133) ระบุว่า สมรรถนะการสอนและกระบวนการสอนของครูและกระบวนการเรียนรู้ของนักเรียนยังไม่เอื้ออำนวยให้พัฒนาคนไปสู่เป้าหมายตามแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติที่ได้กำหนดไว้
นอกจากนี้จากการศึกษาเอกสารมาตรฐานวิชาชีพครูและงานวิจัยที่เกี่ยวข้องกับสมรรถนะครูในบริบทโรงเรียนเอกชนสอนศาสนาอิสลาม กล่าวโดยสรุปได้ว่ามีสมรรถนะสำคัญจากการสังเคราะห์ คือสมรรถนะครูด้านการใช้ภาษาและเทคโนโลยีการศึกษา ด้านการพัฒนาหลักสูตร ด้านการจัดการเรียนรู้ด้านจิตวิทยาการศึกษา ด้านการวัดและการประเมินผลการศึกษา ด้านการบริหารจัดการห้องเรียน ด้านการวิจัยทางการศึกษาและการเรียนรู้ ด้านปฏิบัติกิจกรรมทางวิชาการเกี่ยวกับการพัฒนาวิชาชีพครู ด้านปฏิบัติตนเป็นแบบอย่างที่ดีแก่ผู้เรียน และด้านความร่วมมือกับชุมชน (สำนักงานเลขาธิการคุรุสภา 2548: 4-15;กรมวิชาการ 2544ก. สมหวัง พิธิยานุวัฒน์ และทัศนีย์ บุญเติม 2542)
ดังนั้น จากสภาพปัญหาของครูที่กล่าวมาข้างต้นและบทบาทความสำคัญของครูที่สำคัญในปัจจุบันอันเป็นทรัพยากรมนุษย์ที่จำเป็นต่อการพัฒนา รวมทั้งสมรรถนะที่ปรากฏจากการกำหนดเกณฑ์มาตรฐานวิชาชีพครูในปัจจุบัน ผู้วิจัยจึงสนใจที่จะศึกษาว่าครูในโรงเรียนเอกชนสอนศาสนาอิสลามจังหวัดปัตตานีปัจจุบัน มีสมรรถนะครูตามเกณฑ์มาตรฐานวิชาชีพของครูอย่างไร มีความแตกต่างกันหรือไม่ อย่างไร เมื่อพิจารณาตามตัวแปร เพศ ประสบการณ์ในการสอน ประเภทการสอน ขนาดของโรงเรียน ผู้บริหารและครูมีความคิดเห็นเกี่ยวกับสมรรถนะครูตามเกณฑ์มาตรฐานวิชาชีพของครูอย่างไรแตกต่างกันหรือไม่ และมีปัญหาอุปสรรคอย่างไรเพื่อนำผลการวิจัยไปพัฒนาครูโรงเรียนเอกชนสอนศาสนาอิสลามให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ซึ่งจะส่งผลโดยตรงต่อคุณภาพการจัดการศึกษาของโรงเรียนเอกชนสอนศาสนาอิสลาม รวมถึงส่งผลต่อผู้เรียนให้เป็นคน ดี เก่ง และมีความสุข ตรงตามเจตนารมณ์ของพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการจัดการศึกษาโรงเรียนเอกชนสอนศาสนาอิสลามใช้เป็นแนวทางในการพัฒนาครูในโรงเรียนเอกชนสอนศาสนาอิสลามต่อไปโดยมีวัตถุประสงค์การวิจัย ดังนี้ 1) เพื่อศึกษาระดับความคิดเห็นของผู้บริหารและครูผู้สอนเกี่ยวกับสมรรถนะครูตามเกณฑ์มาตรฐานวิชาชีพของครูในโรงเรียนเอกชนสอนศาสนาอิสลามจังหวัดปัตตานี 2) เพื่อเปรียบเทียบความคิดเห็นของครูผู้สอนตามตัวแปร เพศ ประสบการณ์ในการสอน ประเภทการสอน ขนาดของโรงเรียน 3) เพื่อเปรียบเทียบความคิดเห็นระหว่างผู้บริหารกับครูผู้สอนเกี่ยวกับสมรรถนะครูตามเกณฑ์มาตรฐานวิชาชีพของครูในโรงเรียนเอกชนสอนศาสนาอิสลามจังหวัดปัตตานี และ 4) เพื่อประมวลปัญหาอุปสรรคและข้อเสนอแนะการปฏิบัติหน้าที่ของครูที่เป็นอุปสรรคต่อการพัฒนาสมรรถนะครูตามเกณฑ์มาตรฐานวิชาชีพของครูในโรงเรียนเอกชนสอนศาสนาอิสลามจังหวัดปัตตานี
วิธีดำเนินการวิจัย
1.ประชากร และกลุ่มตัวอย่าง
ประชากรที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ ผู้บริหาร ครูผู้สอนศาสนาและสอนสามัญในโรงเรียนเอกชนสอนศาสนาอิสลามจังหวัดปัตตานีปีการศึกษา 2550 จำนวน 61 โรงเรียน ผู้บริหาร 122 คน ครูผู้สอน 2,772 คน รวมทั้งสิ้น2,893 คน
กลุ่มตัวอย่างคือ ผู้บริหาร 42 คนและครูผู้สอนในโรงเรียนเอกชนสอนศาสนาอิสลามจังหวัดปัตตานี จำนวน 257 คน รวมทั้งสิ้น จำนวน 299 คน ได้มาโดยวิธีการสุ่มแบบหลายขั้นตอน
2. เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย
2.1 เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยได้แก่ แบบสอบถามความคิดเห็นเกี่ยวกับสมรรถนะครูในโรงเรียนเอกชนสอนศาสนาอิสลาม จังหวัดปัตตานีโดยแบ่งเป็น 3 ตอน คือ
ตอนที่ 1 เป็นข้อคำถามเกี่ยวกับข้อมูลทั่วไปของผู้ตอบแบบสอบถาม
ตอนที่ 2 เป็นข้อคำถามปลายปิดลักษณะมาตราส่วนแบบประมาณค่า 5 ระดับ จำนวน 60 ข้อ
ถามความคิดเห็นเกี่ยวกับสมรรถนะครูในโรงเรียนเอกชนสอนศาสนาอิสลามจังหวัดปัตตานี ซึ่งเป็นความสามารถที่ได้จากการศึกษาเอกสารงานวิจัยและเกณฑ์มาตรฐานวิชาชีพครูของคุรุสภารวมถึงข้อมูลเชิงประจักษ์ จากผู้เกี่ยวข้องในบริบทโรงเรียนเอกชนสอนศาสนาอิสลามประกอบด้วยความสามารถที่สำคัญ 10 ด้าน ดังนี้
1 สมรรถนะด้านภาษาและเทคโนโลยีการศึกษา หมายถึง ความสามารถในการใช้ภาษาไทย
ภาษามลายู ภาษาอังกฤษและภาษาอาหรับเพื่อสื่อความหมาย สามารถนำเทคโนโลยีการศึกษามาใช้ในการสอนปรับปรุงนวัตกรรมทำให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้ที่ดี และการแสวงหาความรู้ที่หลากหลายเพื่อพัฒนาผู้สอน และให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้
2 สมรรถนะด้านการพัฒนาหลักสูตร หมายถึง ความสามารถในการจัดทำประเมินหลักสูตร พัฒนาหลักสูตรสถานศึกษา สามารถวิเคราะห์ และมีส่วนร่วมในการพัฒนาหลักสูตร ปรับหลักสูตรให้สอดคล้องกับหลักศาสนาอิสลามในบริบทสังคมวัฒนธรรมและท้องถิ่น
3 สมรรถนะด้านการจัดการเรียนรู้ หมายถึง ความสามารถในการจัดกระบวนการเรียนรู้บูรณาการวิชาสามัญกับวิชาศาสนาได้เหมาะสมตามบริบทท้องถิ่น และเปิดโอกาสให้นักเรียนมีส่วนร่วมในการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนโดยเน้นการปฏิบัติจริงเพื่อให้ผู้เรียนมีทักษะการดำรงชีวิตตามวิถีอิสลาม และกิจกรรมด้านศิลปะ กีฬา ไม่ขัดกับหลักศาสนาอิสลาม
4 สมรรถนะด้านจิตวิทยาการศึกษา หมายถึง ความสามารถในการทำความเข้าใจเกี่ยวกับธรรมชาติของผู้เรียน และเสริมความถนัดและความเข้าใจของผู้เรียน สามารถใช้จิตวิทยาเพื่อเสริมแรงทางบวกแก่ผู้เรียน และแก้ปัญหานักเรียนที่เรียนอ่อนหรือประสบปัญหาต่าง ๆ ในการเรียนการสอน
5 สมรรถนะด้านการวัดและการประเมินผลการศึกษา หมายถึงความสามารถในการประเมินผลทีหลากหลายให้เหมาะกับสภาพการเรียนรู้ต่อเนื่องตามสภาพจริง และนำผลการประเมินไปใช้ในการพัฒนาคุณภาพการศึกษา และมีการรายงานผลการประเมินให้ผู้เกี่ยวข้องรับทราบต่อเนื่อง
6 สมรรถนะด้านการบริหารจัดการห้องเรียน หมายถึง ความสามารถเกี่ยวกับน็ภาวะผู้นำในการบริหารจัดการห้องเรียน จัดบรรยากาศ สภาพแวดล้อมในห้องเรียนโดยนำนวัตกรรมใหม่ ๆ สื่อเทคโนโลยี มาใช้ในการบริหารจัดการห้องเรียน อาคารสถานที่และสภาพแวดล้อมให้สอดคล้องกับศาสนกิจ หรือกิจกรรมตามวิถีอิสลาม
7 สมรรถนะด้านการวิจัยทางการศึกษาและการเรียนรู้ หมายถึง ความสามารถเกี่ยวกับการใช้กระบวนการวิจัยในการแก้ปัญหาพฤติกรรมหรือการเรียนรู้ของนักเรียนด้วยการวิจัยในชั้นเรียนและนำผลการวิจัยไปใช้ในการจัดการเรียนการสอน แก้ปัญหาของนักเรียน แสวงหาความรู้ที่หลากหลายเพื่อส่งเสริมผู้เรียน และสามารถพัฒนาตนเอง
8 สมรรถนะด้านปฏิบัติกิจกรรมทางวิชาการเกี่ยวกับการพัฒนาวิชาชีพครู หมายถึงความสามารถในการเข้าร่วมประชุม สัมมนา ประชุมเชิงปฏิบัติการ เผยแพร่ความรู้ทางวิชาการ สามารถจัดกิจกรรมเป็นทีม สร้างเครือข่าย ปฏิบัติตามหลักศาสนาอิสลาม ปลูกฝังจริยธรรม คุณธรรม พัฒนาแผนการสอนให้เหมาะสมกับเนื้อหาวิชา ผลิตสื่อการเรียนการสอนและพัฒนาให้ทันสมัย
9 สมรรถนะด้านปฏิบัติตนเป็นแบบอย่างที่ดีแก่ผู้เรียน หมายถึงความสามารถในการให้คำแนะนำ แก้ไขข้อบกพร่องในลักษณะสร้างสรรค์เพื่อให้นักเรียนมีความรู้สึกอยากเรียน ชอบเรียน แสดงความคิดเห็นที่ดีแก่นักเรียน มีจริยธรรมคุณธรรมที่ดี มีความสัมพันธ์ที่ดี การแต่งกายสุภาพ ซื่อสัตย์ ตรงต่อเวลา วางตัวเองเหมาะสม เป็นแบบอย่างที่ดีด้านความประพฤติ บุคลิกภาพ ความสัมพันธ์ ควบคุมอารมณ์ เอาใส่ใจนักเรียนสม่ำเสมอและ มีการช่วยเหลือซึ่งกันและกัน.
10 สมรรถนะด้านความร่วมมือกับชุมชน หมายถึง ความสามารถในการวางแผนพัฒนาชุมชน และมีความสัมพันธ์ มีส่วนร่วม และมีการช่วยเหลือชุมชนอย่างเหมาะสม
ตอนที่ 3 เป็นแบบสอบถามปลายเปิดเพื่อทราบปัญหาอุปสรรคและข้อเสนอแนะในการแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับสมรรถนะครูตามเกณฑ์มาตรฐานวิชาชีพของครู
การตรวจสอบคุณภาพเครื่องมือจากการนำไปทดลองใช้มีความเชื่อมั่น 0.962 ความคลาด
เคลื่อนมาตรฐานในการวัด 0.50
3. กรอบแนวคิดในการวิจัย
The Teacher Competencies in Accordance with the Teacher Professional Standards of the Teachers at Private IslamicSchools in Pattani Province
บทคัดย่อ
การวิจัยครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์ (1) เพื่อศึกษาความคิดเห็นของผู้บริหารและครูผู้สอนเกี่ยวกับสมรรถนะครูตามเกณฑ์มาตรฐานวิชาชีพของครูในโรงเรียนเอกชนสอนศาสนาอิสลามจังหวัดปัตตานี (2) เพื่อเปรียบเทียบความคิดเห็นของครูผู้สอนเกี่ยวกับสมรรถนะครูตามเกณฑ์มาตรฐานวิชาชีพของครูในโรงเรียนเอกชนสอนศาสนาอิสลามจังหวัดปัตตานี จำแนกตามตัวแปรเพศประสบการณ์ในการสอน ประเภทการสอน และขนาดของโรงเรียน (3) เพื่อเปรียบเทียบความคิดเห็นระหว่างผู้บริหารกับครูผู้สอนเกี่ยวกับสมรรถนะครูตามเกณฑ์มาตรฐานวิชาชีพของครูในโรงเรียนเอกชนสอนศาสนาอิสลามจังหวัดปัตตานี (4) เพื่อประมวลปัญหาและข้อเสนอแนะการปฏิบัติหน้าที่ของครูที่เป็นอุปสรรคต่อการพัฒนาสมรรถนะครูตามเกณฑ์มาตรฐานวิชาชีพของครูในโรงเรียนเอกชนสอนศาสนาอิสลามจังหวัดปัตตานี ประชากรที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้ ประกอบด้วย ผู้บริหารและครูผู้สอนศาสนาและสอนสามัญในโรงเรียนเอกชนสอนศาสนาอิสลามจังหวัดปัตตานี จำนวน 299 คน โดยวิธีการสุ่มแบบหลายขั้นตอน เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูลเป็นแบบสอบถาม และวิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้โปรแกรม spss for windows ผลการวิจัยพบว่า (1) ผู้บริหารและครูผู้สอนในโรงเรียนเอกชนสอนศาสนาอิสลามมีความคิดเห็นเกี่ยวกับสมรรถนะครูอยู่ในระดับปานกลาง (2) ครูผู้สอนที่มีเพศขนาดของโรงเรียน และประเภทการสอนต่างกันมีความคิดเห็นเกี่ยวกับสมรรถนะครูตามเกณฑ์มาตรฐานวิชาชีพครูแตกต่างกันโดยภาพรวมและรายด้าน ส่วนครูที่มีประสบการณ์ต่างกันมีความคิดเห็นไม่แตกต่างกัน(3) ผู้บริหารและครูผู้สอนมีความคิดเห็นเกี่ยวกับสมรรถนะครูตาม เกณฑ์มาตรฐานวิชาชีพครูไม่แตกต่างกัน (4) ปัญหาอุปสรรคและข้อเสนอแนะ คือครูประสบปัญหาด้านภาษาในการจัดการเรียนการสอน ขาดความรู้ในกระบวนการจัดการเรียนรู้และพัฒนาหลักสูตร การบริหารจัดการชั้นเรียน จิตวิทยา การวิจัยในชั้นเรียน การวัดและการประเมินผล การพัฒนาตนเอง และความร่วมมือกับชุมชน ควรสนับสนุนงบประมาณและจัดอบรมพัฒนาครูทุกคนให้ได้รับการศึกษาด้านวิชาชีพครู และพัฒนาตนเองต่อเนื่อง
คำสำคัญ
สมรรถนะครู , เกณฑ์มาตรฐานวิชาชีพครู, โรงเรียนเอกชนสอนศาสนาอิสลามจังหวัดปัตตานี
The Teacher Competencies, Teacher Professional Standards, Private Islamic
Schools in Pattani Province
บทนำ
มนุษย์เป็นทรัพยากรที่มีคุณค่ายิ่งของชาติ และเป็นปัจจัยสำคัญที่มีบทบาทในการพัฒนาประเทศ ทั้งทางด้านเศรษฐกิจ สังคม การเมือง การปกครอง และวัฒนธรรม ฉะนั้นจึงจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องมีการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ให้เป็นผู้ที่มีคุณภาพ และเครื่องมือที่สำคัญในการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ คือ การศึกษา เพราะการศึกษาเป็นเครื่องมือในการพัฒนาความรู้ ความคิด ความสามารถ ความประพฤติ ทัศนคติ ค่านิยม และคุณธรรมของบุคคล การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์จึงเป็นภาระหน้าที่ที่สลับซับซ้อนละเอียดอ่อน และต้องใช้ระยะเวลานานเป็นกระบวนการที่ต้องอาศัยบุคลากรที่มีคุณลักษณะและมีความรู้ความสามารถเฉพาะ ผ่านการอบรมมาเป็นอย่างดี
ประกอบกับความเปลี่ยนแปลงพัฒนาอย่างรวดเร็วทั้งด้านสังคม เศรษฐกิจ และเทคโนโลยีในยุคปัจจุบันส่งผลให้ระบบการศึกษาต้องปรับปรุงกลไกและทิศทางเป้าหมายการศึกษาให้สอดคล้องกับการพัฒนาดังกล่าว ครูจึงต้องมีการพัฒนาสมรรถนะตนเองอยู่เสมอ และทำงานอย่างมีประสิทธิภาพตลอดเวลาโดยกระทำอย่างต่อเนื่อง เพราะวิทยาการต่างๆ ได้เปลี่ยนแปลงตลอดเวลา หากครูไม่ได้รับการพัฒนาสมรรถนะ ก็จะกลายเป็นครูที่ด้อยคุณภาพ ผลเสียก็จะตกอยู่ที่ตัวนักเรียน การพัฒนาสมรรถนะให้กับครูผู้สอนสามารถทำได้หลายวิธี เช่น การอบรมสัมมนา การอบรมเชิงปฏิบัติการ การศึกษาดูงานนอกสถานที่ เป็นต้น
โรงเรียนเอกชนสอนศาสนาอิสลามจังหวัดปัตตานีมีโรงเรียนทั้งหมด 61 โรง ครูสอน 2,893 คน
การจัดการเรียนการสอนมี 2 หลักสูตร คือหลักสูตรศาสนา และหลักสูตรสามัญในแต่ละวันนักเรียนได้เรียนทั้ง 2 หลักสูตร (สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาปัตตานี. 2549.)
จากการศึกษาสภาพการจัดการเรียนการสอนในโรงเรียนเอกชนสอนศาสนาอิสลาม ยังปรากฏปัญหาหลายประการ ดังจะเห็นได้จากงานวิจัยของ ชิดชนก เชิงเชาว์ และ คณะ (2533: 138). พบว่า “…ปัญหาซึ่งพบมากในโรงเรียนเอกชนสอนศาสนาอิสลามคือ การบริหารเวลาในการเรียนการสอนเนื่องจากนักเรียนต้องเรียนทั้งวิชาศาสนาและวิชาศาสนา เสริมวิทย์ นิลรัตย์. (2536 :3) พบว่า “…ผู้จัดการโรงเรียนเอกชนสอนศาสนาอิสลามส่วนมากไม่เข้าใจหลักการบริหารโรงเรียน ขาดบุคลากร และการปฏิบัติงานของครูที่ทำให้นักเรียนไม่ประสบผลเท่าที่ควร คือ ขาดอุปกรณ์การเรียน สื่อการเรียนการสอน และขาดการติดตามหลังจากมอบหมายงาน”. และข้อมูลเชิงประจักษ์จากการที่ผู้วิจัยได้สัมภาษณ์ผู้บริหารและผู้สอนในบริบทโรงเรียนเอกชนสอนศาสนาอิสลาม (ยุสรีย์ กอดีรีย์. : 2550; รอมลี ดุลมาตร. : 2550; มาหามะ มะดอเลาะ: 2550) ระบุว่าครูผู้สอนในโรงเรียนเอกชนสอนศาสนาอิสลามส่วนมากขาดเทคนิคการสอน ระยะเวลาการสอนน้อย ขาดการวัดผลที่หลากหลาย ไม่เน้นตามสภาพจริง และขาดการติดตามสนับสนุนจากผู้บริหารโรงเรียน ซี่งสอดคล้องกับที่กรมวิชาการ (2540: 130-133) ระบุว่า สมรรถนะการสอนและกระบวนการสอนของครูและกระบวนการเรียนรู้ของนักเรียนยังไม่เอื้ออำนวยให้พัฒนาคนไปสู่เป้าหมายตามแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติที่ได้กำหนดไว้
นอกจากนี้จากการศึกษาเอกสารมาตรฐานวิชาชีพครูและงานวิจัยที่เกี่ยวข้องกับสมรรถนะครูในบริบทโรงเรียนเอกชนสอนศาสนาอิสลาม กล่าวโดยสรุปได้ว่ามีสมรรถนะสำคัญจากการสังเคราะห์ คือสมรรถนะครูด้านการใช้ภาษาและเทคโนโลยีการศึกษา ด้านการพัฒนาหลักสูตร ด้านการจัดการเรียนรู้ด้านจิตวิทยาการศึกษา ด้านการวัดและการประเมินผลการศึกษา ด้านการบริหารจัดการห้องเรียน ด้านการวิจัยทางการศึกษาและการเรียนรู้ ด้านปฏิบัติกิจกรรมทางวิชาการเกี่ยวกับการพัฒนาวิชาชีพครู ด้านปฏิบัติตนเป็นแบบอย่างที่ดีแก่ผู้เรียน และด้านความร่วมมือกับชุมชน (สำนักงานเลขาธิการคุรุสภา 2548: 4-15;กรมวิชาการ 2544ก. สมหวัง พิธิยานุวัฒน์ และทัศนีย์ บุญเติม 2542)
ดังนั้น จากสภาพปัญหาของครูที่กล่าวมาข้างต้นและบทบาทความสำคัญของครูที่สำคัญในปัจจุบันอันเป็นทรัพยากรมนุษย์ที่จำเป็นต่อการพัฒนา รวมทั้งสมรรถนะที่ปรากฏจากการกำหนดเกณฑ์มาตรฐานวิชาชีพครูในปัจจุบัน ผู้วิจัยจึงสนใจที่จะศึกษาว่าครูในโรงเรียนเอกชนสอนศาสนาอิสลามจังหวัดปัตตานีปัจจุบัน มีสมรรถนะครูตามเกณฑ์มาตรฐานวิชาชีพของครูอย่างไร มีความแตกต่างกันหรือไม่ อย่างไร เมื่อพิจารณาตามตัวแปร เพศ ประสบการณ์ในการสอน ประเภทการสอน ขนาดของโรงเรียน ผู้บริหารและครูมีความคิดเห็นเกี่ยวกับสมรรถนะครูตามเกณฑ์มาตรฐานวิชาชีพของครูอย่างไรแตกต่างกันหรือไม่ และมีปัญหาอุปสรรคอย่างไรเพื่อนำผลการวิจัยไปพัฒนาครูโรงเรียนเอกชนสอนศาสนาอิสลามให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ซึ่งจะส่งผลโดยตรงต่อคุณภาพการจัดการศึกษาของโรงเรียนเอกชนสอนศาสนาอิสลาม รวมถึงส่งผลต่อผู้เรียนให้เป็นคน ดี เก่ง และมีความสุข ตรงตามเจตนารมณ์ของพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการจัดการศึกษาโรงเรียนเอกชนสอนศาสนาอิสลามใช้เป็นแนวทางในการพัฒนาครูในโรงเรียนเอกชนสอนศาสนาอิสลามต่อไปโดยมีวัตถุประสงค์การวิจัย ดังนี้ 1) เพื่อศึกษาระดับความคิดเห็นของผู้บริหารและครูผู้สอนเกี่ยวกับสมรรถนะครูตามเกณฑ์มาตรฐานวิชาชีพของครูในโรงเรียนเอกชนสอนศาสนาอิสลามจังหวัดปัตตานี 2) เพื่อเปรียบเทียบความคิดเห็นของครูผู้สอนตามตัวแปร เพศ ประสบการณ์ในการสอน ประเภทการสอน ขนาดของโรงเรียน 3) เพื่อเปรียบเทียบความคิดเห็นระหว่างผู้บริหารกับครูผู้สอนเกี่ยวกับสมรรถนะครูตามเกณฑ์มาตรฐานวิชาชีพของครูในโรงเรียนเอกชนสอนศาสนาอิสลามจังหวัดปัตตานี และ 4) เพื่อประมวลปัญหาอุปสรรคและข้อเสนอแนะการปฏิบัติหน้าที่ของครูที่เป็นอุปสรรคต่อการพัฒนาสมรรถนะครูตามเกณฑ์มาตรฐานวิชาชีพของครูในโรงเรียนเอกชนสอนศาสนาอิสลามจังหวัดปัตตานี
วิธีดำเนินการวิจัย
1.ประชากร และกลุ่มตัวอย่าง
ประชากรที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ ผู้บริหาร ครูผู้สอนศาสนาและสอนสามัญในโรงเรียนเอกชนสอนศาสนาอิสลามจังหวัดปัตตานีปีการศึกษา 2550 จำนวน 61 โรงเรียน ผู้บริหาร 122 คน ครูผู้สอน 2,772 คน รวมทั้งสิ้น2,893 คน
กลุ่มตัวอย่างคือ ผู้บริหาร 42 คนและครูผู้สอนในโรงเรียนเอกชนสอนศาสนาอิสลามจังหวัดปัตตานี จำนวน 257 คน รวมทั้งสิ้น จำนวน 299 คน ได้มาโดยวิธีการสุ่มแบบหลายขั้นตอน
2. เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย
2.1 เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยได้แก่ แบบสอบถามความคิดเห็นเกี่ยวกับสมรรถนะครูในโรงเรียนเอกชนสอนศาสนาอิสลาม จังหวัดปัตตานีโดยแบ่งเป็น 3 ตอน คือ
ตอนที่ 1 เป็นข้อคำถามเกี่ยวกับข้อมูลทั่วไปของผู้ตอบแบบสอบถาม
ตอนที่ 2 เป็นข้อคำถามปลายปิดลักษณะมาตราส่วนแบบประมาณค่า 5 ระดับ จำนวน 60 ข้อ
ถามความคิดเห็นเกี่ยวกับสมรรถนะครูในโรงเรียนเอกชนสอนศาสนาอิสลามจังหวัดปัตตานี ซึ่งเป็นความสามารถที่ได้จากการศึกษาเอกสารงานวิจัยและเกณฑ์มาตรฐานวิชาชีพครูของคุรุสภารวมถึงข้อมูลเชิงประจักษ์ จากผู้เกี่ยวข้องในบริบทโรงเรียนเอกชนสอนศาสนาอิสลามประกอบด้วยความสามารถที่สำคัญ 10 ด้าน ดังนี้
1 สมรรถนะด้านภาษาและเทคโนโลยีการศึกษา หมายถึง ความสามารถในการใช้ภาษาไทย
ภาษามลายู ภาษาอังกฤษและภาษาอาหรับเพื่อสื่อความหมาย สามารถนำเทคโนโลยีการศึกษามาใช้ในการสอนปรับปรุงนวัตกรรมทำให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้ที่ดี และการแสวงหาความรู้ที่หลากหลายเพื่อพัฒนาผู้สอน และให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้
2 สมรรถนะด้านการพัฒนาหลักสูตร หมายถึง ความสามารถในการจัดทำประเมินหลักสูตร พัฒนาหลักสูตรสถานศึกษา สามารถวิเคราะห์ และมีส่วนร่วมในการพัฒนาหลักสูตร ปรับหลักสูตรให้สอดคล้องกับหลักศาสนาอิสลามในบริบทสังคมวัฒนธรรมและท้องถิ่น
3 สมรรถนะด้านการจัดการเรียนรู้ หมายถึง ความสามารถในการจัดกระบวนการเรียนรู้บูรณาการวิชาสามัญกับวิชาศาสนาได้เหมาะสมตามบริบทท้องถิ่น และเปิดโอกาสให้นักเรียนมีส่วนร่วมในการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนโดยเน้นการปฏิบัติจริงเพื่อให้ผู้เรียนมีทักษะการดำรงชีวิตตามวิถีอิสลาม และกิจกรรมด้านศิลปะ กีฬา ไม่ขัดกับหลักศาสนาอิสลาม
4 สมรรถนะด้านจิตวิทยาการศึกษา หมายถึง ความสามารถในการทำความเข้าใจเกี่ยวกับธรรมชาติของผู้เรียน และเสริมความถนัดและความเข้าใจของผู้เรียน สามารถใช้จิตวิทยาเพื่อเสริมแรงทางบวกแก่ผู้เรียน และแก้ปัญหานักเรียนที่เรียนอ่อนหรือประสบปัญหาต่าง ๆ ในการเรียนการสอน
5 สมรรถนะด้านการวัดและการประเมินผลการศึกษา หมายถึงความสามารถในการประเมินผลทีหลากหลายให้เหมาะกับสภาพการเรียนรู้ต่อเนื่องตามสภาพจริง และนำผลการประเมินไปใช้ในการพัฒนาคุณภาพการศึกษา และมีการรายงานผลการประเมินให้ผู้เกี่ยวข้องรับทราบต่อเนื่อง
6 สมรรถนะด้านการบริหารจัดการห้องเรียน หมายถึง ความสามารถเกี่ยวกับน็ภาวะผู้นำในการบริหารจัดการห้องเรียน จัดบรรยากาศ สภาพแวดล้อมในห้องเรียนโดยนำนวัตกรรมใหม่ ๆ สื่อเทคโนโลยี มาใช้ในการบริหารจัดการห้องเรียน อาคารสถานที่และสภาพแวดล้อมให้สอดคล้องกับศาสนกิจ หรือกิจกรรมตามวิถีอิสลาม
7 สมรรถนะด้านการวิจัยทางการศึกษาและการเรียนรู้ หมายถึง ความสามารถเกี่ยวกับการใช้กระบวนการวิจัยในการแก้ปัญหาพฤติกรรมหรือการเรียนรู้ของนักเรียนด้วยการวิจัยในชั้นเรียนและนำผลการวิจัยไปใช้ในการจัดการเรียนการสอน แก้ปัญหาของนักเรียน แสวงหาความรู้ที่หลากหลายเพื่อส่งเสริมผู้เรียน และสามารถพัฒนาตนเอง
8 สมรรถนะด้านปฏิบัติกิจกรรมทางวิชาการเกี่ยวกับการพัฒนาวิชาชีพครู หมายถึงความสามารถในการเข้าร่วมประชุม สัมมนา ประชุมเชิงปฏิบัติการ เผยแพร่ความรู้ทางวิชาการ สามารถจัดกิจกรรมเป็นทีม สร้างเครือข่าย ปฏิบัติตามหลักศาสนาอิสลาม ปลูกฝังจริยธรรม คุณธรรม พัฒนาแผนการสอนให้เหมาะสมกับเนื้อหาวิชา ผลิตสื่อการเรียนการสอนและพัฒนาให้ทันสมัย
9 สมรรถนะด้านปฏิบัติตนเป็นแบบอย่างที่ดีแก่ผู้เรียน หมายถึงความสามารถในการให้คำแนะนำ แก้ไขข้อบกพร่องในลักษณะสร้างสรรค์เพื่อให้นักเรียนมีความรู้สึกอยากเรียน ชอบเรียน แสดงความคิดเห็นที่ดีแก่นักเรียน มีจริยธรรมคุณธรรมที่ดี มีความสัมพันธ์ที่ดี การแต่งกายสุภาพ ซื่อสัตย์ ตรงต่อเวลา วางตัวเองเหมาะสม เป็นแบบอย่างที่ดีด้านความประพฤติ บุคลิกภาพ ความสัมพันธ์ ควบคุมอารมณ์ เอาใส่ใจนักเรียนสม่ำเสมอและ มีการช่วยเหลือซึ่งกันและกัน.
10 สมรรถนะด้านความร่วมมือกับชุมชน หมายถึง ความสามารถในการวางแผนพัฒนาชุมชน และมีความสัมพันธ์ มีส่วนร่วม และมีการช่วยเหลือชุมชนอย่างเหมาะสม
ตอนที่ 3 เป็นแบบสอบถามปลายเปิดเพื่อทราบปัญหาอุปสรรคและข้อเสนอแนะในการแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับสมรรถนะครูตามเกณฑ์มาตรฐานวิชาชีพของครู
การตรวจสอบคุณภาพเครื่องมือจากการนำไปทดลองใช้มีความเชื่อมั่น 0.962 ความคลาด
เคลื่อนมาตรฐานในการวัด 0.50
3. กรอบแนวคิดในการวิจัย
การวิเคราะห์สมรรถนะครูตามเกณฑ์มาตรฐานวิชาชีพครู
|
สมรรถนะครูตามเกณฑ์มาตรฐานวิชาชีพ
1. สมรรถนะด้านภาษาและเทคโนโลยีการศึกษา
2. สมรรถนะด้านการพัฒนาหลักสูตร
3. สมรรถนะด้านการจัดการเรียนรู้
4. สมรรถนะด้านจิตวิทยาการศึกษา
5. สมรรถนะด้านการวัดและการประเมินผลการศึกษา
6. สมรรถนะด้านการบริหารจัดการห้องเรียน
7. สมรรถนะด้านการวิจัยทางการศึกษา และการเรียนรู้
8. สมรรถนะด้านปฏิบัติกิจกรรมทางวิชาการเกี่ยวกับการ
พัฒนาวิชาชีพครู
9.สมรรถนะด้านปฏิบัติตนเป็นแบบอย่างที่ดีแก่ผู้เรียน
10. สมรรถนะด้านความร่วมมือกับชุมชน
โรงเรียนเอกชนสอนศาสนาอิสลาม
1 เพศ
2 สถานภาพผู้บริหาร / ครูผู้สอน
3 ประสบการณ์ในการสอน
4 ประเภทการสอนของครู
5 ขนาดของโรงเรียน
ภาพที่ 1 แผนภูมิกรอบแนวคิดในการวิจัย
ข้อเสนอแนะ
ผลการศึกษาเรื่อง สมรรถนะครูตามเกณฑ์มาตรฐานวิชาชีพของครูในโรงเรียนเอกชนสอนศาสนาอิสลามจังหวัดปัตตานี ผู้วิจัยมีข้อเสนอแนะดังนี้
ข้อเสนอแนะเชิงนโยบาย
1. รัฐควรกำหนดนโยบายในการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ของครูในโรงเรียนเอกชนสอนศาสนา
อิสลามด้านการพัฒนาสมรรถนะของครู ให้สอดคล้องกับเกณฑ์มาตรฐานวิชาชีพครูที่คุรุสภากำหนด เพื่อให้มั่นใจในคุณภาพมาตรฐานวิชาชีพครูและส่งผลต่อคุณภาพผู้เรียนต่อไป
2. ควรให้ผู้บริหารโรงเรียนเอกชนสอนศาสนาอิสลามทุกโรงเรียน ในจังหวัดภาคใต้มี
ส่วนร่วมในการกำหนดนโยบายเกี่ยวกับการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์เกี่ยวกับการพัฒนาสมรรถนะครูโดยเฉพาะอย่างยิ่งด้านภาษาและเทคโนโลยี ด้านการจัดการเรียนรู้และพัฒนาหลักสูตร จิตวิทยาการศึกษา และด้านการวัดผลและการวิจัยทางการศึกษา เพื่อให้สอดคล้องตามเกณฑ์มาตรฐานวิชาชีพตามที่องค์กรวิชาชีพครูกำหนด
3. ผู้บริหารโรงเรียนเอกชนสอนศาสนาอิสลาม ควรกำหนดนโยบายและการวางแผนควบคุม ติด
ตามครู ในการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ของครูให้สอดคล้องกับบริบทชุมชนท้องถิ่นและเกณฑ์มาตรฐานวิชาชีพครู
ข้อเสนอแนะเพื่อนำผลการวิจัยไปใช้ประโยชน์
รัฐควรสนับสนุนและเปิดโอกาสให้ครูผู้สอนในโรงเรียนเอกชนสอนศาสนาอิสลามได้รับการพัฒนาด้านวิชาชีพครู ครูผู้สอนเพศชายควรพัฒนาสมรรถนะครู ในด้านจิตวิทยาการศึกษา และด้านการวัดและการประเมินผลทางการศึกษา ด้านภาษาและเทคโนโลยีการศึกษา ด้านปฏิบัติกิจกรรมทางวิชาการเกี่ยวกับการพัฒนาวิชาชีพครู ด้านการจัดการเรียนรู้ ด้านการบริหารจัดการห้องเรียนและด้านการวิจัยทางการศึกษาและการเรียนรู้ ครูผู้สอนวิชาศาสนาควรพัฒนาสมรรถนะครูในด้านภาษาและเทคโนโลยีการศึกษา ด้านจิตวิทยาการศึกษา ด้านการวัดและการประเมินผลการศึกษา ด้านการบริหารจัดการห้องเรียน ด้านปฏิบัติกิจกรรมทางวิชาการเกี่ยวกับการพัฒนาวิชาชีพครู ด้านการวิจัยทางการศึกษาและการเรียนรู้ด้านความร่วมมือกับชุมชน ด้านการจัดการเรียนรู้ และด้านปฏิบัติตนเป็นแบบอย่างที่ดีแก่ผู้เรียน และครูผู้สอนในโรงเรียนขนาดกลางควรพัฒนาสมรรถนะครูในด้านภาษาและเทคโนโลยีการศึกษา ด้านการวัดและการประเมินผลการศึกษา ด้านการบริหารจัดการห้องเรียน ด้านปฏิบัติกิจกรรมทางวิชาการเกี่ยวกับการพัฒนาวิชาชีพครู ผู้บริหารสถานศึกษาควรจัดอบรมสัมมนาให้แก่ครูผู้สอนด้านวิชาชีพครูให้สอดคล้องกับเกณฑ์มาตรฐานวิชาชีพครู อย่างต่อเนื่อง.
ข้อเสนอแนะในการวิจัยครั้งต่อไป
1. ควรศึกษาวิจัยปัญหาอุปสรรคในการพัฒนาเข้าสู่สมรรถนะครูตามเกณฑ์มาตรฐาน
วิชาชีพของครูโรงเรียนเอกชนสอนศาสนาอิสลามในบริบทจังหวัดชายแดนภาคใต้
2. ควรมีการศึกษาวิจัยเชิงคุณภาพเกี่ยวกับการพัฒนาสมรรถนะครูตามเกณฑ์มาตรฐาน
วิชาชีพของครูโรงเรียนเอกชนสอนศาสนาอิสลาม
3. ควรศึกษาวิจัยเกี่ยวกับสมรรถนะผู้บริหารตามเกณฑ์มาตรฐานวิชาชีพครูในโรงเรียน
เอกชนสอนศาสนาอิสลามสามจังหวัดชายแดนภาคใต้
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)

