มุสลิมและมุสลีมะห์ทุกคนต้องเสียสละเวลาของตัวเองให้มากที่สุด เพือศาสนาของ อัลลอฮฺ (อิสลาม)
วันจันทร์ที่ 6 ธันวาคม พ.ศ. 2553
ปีใหม่อิสลาม และสิ่งที่ควรปฏิบัติในเดือนมุฮัรร็อม
สิ่งที่ควรปฏิบัติในเดือนมุฮัรร็อม คือการถือศีลอดในวันที่ 10
วันที่สำคัญในเดือนมุฮัรร็อมคือวันที่ 10 เรียกวันนี้ว่าวันอะชูรอ สิ่งที่ควรปฏิบัติในวันอะชูรอคือการถือศีลอด ดังปรากฏในรายงานจากอิบนฺ อับบาส ร่อฎิยัลลอฮุอันฮฺมา กล่าวว่า: ท่านนบี ซอลลอลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม ได้เดินทางไปยังนครมาดีนะฮ์ ท่านได้เห็นชาวยิวถือศีลอดในวันอะชูรอ ท่านนบีได้ถามพวกเขาว่า : วันนี้เป็นวันอะไร? พวกเขากล่าวว่า : วันนี้เป็นวันที่ยิ่งใหญ่ เป็นวันที่อัลลอฮ์ทรงให้นบีมูซาและชาวอิสรออีลได้รับความปลอดภัย และให้ฟิรเอาน์ กับพรรคพวกของเขาจมน้ำ ท่านนบีมูซาจึงได้ถือศีลอดในวันนี้เพื่อขอบคุณอัลลอฮ์ ท่านนบีได้กล่าวว่า :
" فأنا أحقُّ بموسى منكم " فصامه وأمَر بِصيامِه .
“ฉันนั้นสมควรอย่างยิ่งที่จะดำเนินตามมูซายิ่งกว่าพวกท่าน ท่านนบีจึงถือศีลอด และใช้ให้ (มุสลิม) ถือศีลอดด้วย” (บันทึกโดยอัลบุคอรี หมายเลขหะดีษ 2004)
การถือศีลอดในวันอะชูรอนั้นมีค ุณค่าและความปนะเสริฐรองจากการถือศีลอดในเดือนรอมฎอน ดังปรากฏในรายงานของท่านอบูฮูรอยเราะฮ์ จากท่านรอซู้ล ซอลลอลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม กล่าวว่า :
" أفضل الصيام بعد رمضان شهر الله المحرم، وأفضل الصلاة بعد الفريضة صلاة الليل "
“การถือศีลอดที่ประเสริฐสุดหลังจากเดือนรอมฎอนคือการถือศีลอดในเดือนของอัลลอฮ์ อัลมุฮัรรอม และการละหมาดที่ประเสริฐที่สุดหลังจากละหมาดฟัรดู คือละหมาดในยามค่ำคืน” (บันทึกโดยมุสลิม หมายเลขหะดีษ 1163 และอัตติรมิซียฺ หมายเลขหะดีส 438)
การถือศีลอดในวันที่ 9 ของเดือนมุฮัรรอม
นอกเหนือจากการถือศีลอดในวันที่ 10 แล้ว ยังมีซุนนะฮ์ให้ถือศีลอดในวันที่ 9 เรียกว่าวันตาซูอาอ์อีกด้วย ท่านนบีได้ให้เหตุผลในการให้ถือศีลอดวันที่ 9 ว่า เพื่อให้มีความแตกต่างกับชาวยิวที่ได้กำหนดให้ถือศีลอดในวันอาชูรอเพียงวันเดียว ท่านรอซูลได้กล่าวว่า
" لئن بقيتُ إلى قابلٍ لأصومنّ التاسع "
“ถ้าหากว่าฉันยังคงมีชีวิตอยู่ในปีต่อไป ฉันจะถือศีลอดในวันที่ 9 ด้วย” (บันทึกโดย อะห์หมัด หมายเลขหะดีษ 1736 และมุสลิมหมายเลขหะดีษ 1134)
จากเหตุผลของซุนนะฮ์ข้อนี้ ทำให้ทราบถึงเจตนารมณ์ของอิสลามอย่างหนึ่งก็คือการไม่ทำอะไรตามอย่างชนต่างศาสนิก โดยเฉพาะเรื่องที่เกี่ยวกับศาสนกิจ แม้ว่าศาสนกิจนั้นๆ จะมีความละม้ายคล้ายคลึงกันก็ตาม
ความเข้าใจผิดเกี่ยวกับเดือนมุฮัรรอม
มีมุสลิมบางคนเข้าใจผิดว่าเดือนมุฮัรรอมเป็นเดือนต้องห้าม เพราะว่ามุฮัรรอมแปลว่าต้องห้าม จึงห้ามปฏิบัติภารกิจต่างๆที่เคยปฏิบัติในเดือนอื่นๆ เช่น ห้ามจัดพิธีนิกะฮ์ ห้ามจัดพิธีสู่ขอ พิธีหมั้น ห้ามทำบุญมงคลต่างๆ ห้ามปลูกบ้านหรือย้ายบ้าน ห้ามปลูกต้นไม้ ห้ามซื้อรถยนต์ หรือพาหนะขับขี่อื่นๆ เป็นต้น ทั้งหมดนี้เป็นความเข้าใจผิดทั้งสิ้น เพราะที่จริงแล้วเดือนมูฮัรรอมเป็นเดือนที่ห้ามการทำสงครามเหมือนเดือนฮะรอม อื่นๆ อีกสามเดือน มิได้ห้ามให้กระทำกิจกรรมอื่นๆ แต่อย่างใด
สิ่งที่ควรหลีกเลี่ยง
1.) การละหมาดในรูปแบบเฉพาะของวันอะชูรอ เนื่องจากไม่ปรากฏหลักฐานที่เชื่อถือได้ในเรื่องดังกล่าว
2.) การอ่านดุอาอ์เฉพาะเนื่องในวันอะชูรอ เนื่องจากไม่มีหลักฐานที่เชื่อถือได้ ยืนยันว่าให้มีการอ่านดุอาอ์เฉพาะในวันนี้
3.) การแสดงความเศร้าโศกเสียใจในวันอะชูรอ ด้วยการร้องให้รำพึงรำพัน การตีอกชกตัว การกรีดศีรษะ การทำร้ายตัวเอง การลุยไฟ หรืออื่นๆ เพื่อรำลึกถึงการที่ท่านอิหม่ามฮุเซ็นอิบนิอะลีอิบนิฏอลิบ ถูกสังหารในวันนี้ ที่ตำบลกัรบาลาฮ์
4.) การทำบุญเลี้ยงอาหารในตอนกลางวันของวันอะชูรอ เนื่องจากขัดแย้งกับซุนนะฮ์ของท่านนบีในการให้ถือศีลอด และหากจะเปลี่ยนจากการทำบุญในตอนกลางวันมาเป็นการทำบุญเลี้ยงละศีลอดแก่ผู้ถือศีลอดในวันนั้นก็จะเป็นประเพณีที่ดียิ่ง ส่วนการจะทำขนมหรือทำอาหารประเภทไหนอย่างไร ไม่น่าจะมีข้อห้าม ที่สำคัญก็คือ อย่าทำให้บรรยากาศของวันอะชูรอซึ่งเป็นวันที่มีซุนนะฮ์ให้มุสลิมถือศีลอดเสียไปด้วย การทำบุญเลี้ยงอาหารกันอย่างไม่ละอาย
ขออัลลอฮ์ได้ประทานเตาฟิกและฮิดายะฮ์แก่ผู้อ่านทุกท่าน
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)